เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 09.30 – 11.30 น. อธิบดีกรมราชทัณฑ์มอบหมายให้ นางสาววริศรา ศิริสุทธิเดเชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุมหารือ เรื่อง “การส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขัง” โดยมีนายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายดงพล รุจิธรรมธัชรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยหน่วยงานสำนักงานจังหวัดปทุมธานี อาทิ จัดหางานจังหวัด เรือนจำจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ณ ห้องประชุม 3201 ชั้น 2 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. สรุปรายงานการประชุม
1.1 การประชุมเรื่อง “การส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ผู้ต้องขัง” ในครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาแรงงานต่างด้าว (กัมพูชา) ตกค้างและอาจต้องถูกผลักดันกลับหากไม่ต่ออายุ เน้นย้ำเรื่อง สิทธิมนุษยชน และการให้โอกาสผู้ที่เคยหลงผิดได้กลับตัวเข้าสู่สังคม,เป้าหมายสำคัญในการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ เพิ่มโอกาสการมีงานทำอย่างสุจริตหลังพ้นโทษ และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานของประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่มีความเสี่ยงออกจากระบบจำนวนมาก หากไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการอย่างมีนัยสำคัญ
1.2 กรมราชทัณฑ์ได้รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ สถิตินักโทษที่ต่ำกว่า 5 ปี และการพัฒนาพฤตินิสัยด้านต่างๆ ในเรือนจำ เช่น ด้านการศึกษา ด้านการพัฒนาจิตใจ และการดำเนินการฝึกอาชีพผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยได้มีการฝึกทักษะอาชีพสำหรับผู้ต้องขัง อาทิ ช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ช่างไม้ ช่างตัดผม งานเย็บปักถักร้อย งานทอผ้า และงานนวดไทยเพื่อสุขภาพ เป็นต้น การส่งเสริมทักษะการทำงานทั้งภายในเรือนจำ และสถานประกอบการนอกเรือนจำ รวมถึงการจัดหางานให้กับผู้ต้องขังภายหลังพ้นโทษด้วย และกรมราชทัณฑ์มีความพร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ต้องขัง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการ
1.3 นายดงพล รุจิธรรมธัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้นำเสนอจังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่นำร่องในการสร้างอาชีพและโอกาสให้แก่ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ โดยเชื่อมโยงการฝึกทักษะอาชีพในเรือนจำให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานจริงของภาคธุรกิจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านวินัย จิตใจ และการควบคุมตนเอง เพื่อสร้างแรงงานคุณภาพที่สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคง โดยจังหวัดปทุมธานีได้สะท้อนบริบทการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มี GDP สูง และมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอนาคต ส่งผลให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 300,000 คน และกว่า 90% อยู่ในวัยแรงงาน โดยมีระบบฝึกอาชีพที่ทันสมัย อาทิ Call Center นวดแผนไทย ช่างไม้ เบเกอรี่ และงานเทคนิคต่าง ๆ พร้อมจัดสรรรายได้ 70% เป็นทุนตั้งต้นหลังพ้นโทษ
1.4 บริษัทภาคเอกชนที่เข้าร่วมประชุม อาทิ CPF , CPALL และ หน้าหลักProได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือในรูปแบบการส่งงานเข้าไปดำเนินการภายในเรือนจำ การจ้างงานมีแบบกำหนดระยะเวลา และการสนับสนุนวิทยากรฝึกอาชีพ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ นายจ้าง ยังมีความกังวลต่อพฤติกรรมของผู้ต้องขัง ดังนั้นกรมราชภัณฑ์ ควรมีมาตรการคัดผู้ต้องขังมีความประพฤติดี และเข้าหลักเกณฑ์ที่ออกทำงานในสถานประกอบการ พร้อมทั้งมีการอบรม ปรับพฤติกรรมก่อนออกสู่สังคมการทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านการบริหารจัดการและความปลอดภัย เป็นต้น
1.5 นายศักดิ์สิทธิ์ เฉลิมวงศาเวช รองประธาน คณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เสนอให้มีการพัฒนาจิตใจและวินัยการทำงานของผู้ต้องขัง โดยกรมราชทัณฑ์ ได้นำเสนอเกี่ยวกับหลักสูตรพัฒนาพฤตินิสัย และสมาธิ เพื่อเสริมสร้างการควบคุมตนเอง (Self-Control) ซึ่งส่งผลให้ผู้ผ่านโครงการมีอัตราการกระทำผิดซ้ำ อย่างมีนัยสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจในการเปิดโอกาสจ้างงาน โดยเห็นด้วยกับการที่กรมราชทัณฑ์ได้นำหลักสูตรสัคคสาสมาธิ ตามแนวทางพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) มาใช้ในการอบรมเพื่อพัฒนาจิตใจให้กับผู้ต้องขัง
2. เรื่องที่ต้องดำเนินการขับเคลื่อนให้สัมฤทธิผล
2.1 กรมราชทัณฑ์และหอการค้าไทย จะดำเนินการสำรวจความต้องการแรงงานของสถานประกอบการ ว่าต้องการแรงงาน ทักษะด้านใด จำนวนเท่าใด เพื่อ Matching กันอย่างเหมาะสม
2.2 หอการค้าไทย จะประสานงานกระทรวงแรงงาน เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หอการค้าไทย, กระทรวงยุติธรรม (กรมราชทัณฑ์), กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขัง
2.3 ดร.สุรพงษ์ เป้ากลาง รองประธานคณะกรรมการแรงงาน เสนอแนะให้จัดทำ ปทุมธานีโมเดล ในการส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขังชั้นดีในจังหวัด เพื่อเป็นแนวทางในการขยายผลไปเป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ








