โดยมีรายละเอียดวาระการประชุมที่สำคัญในเบื้องต้นประกอบด้วย
1) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการราชทัณฑ์ แจ้งขอลาออกจากการเป็นคณะกรรมการ
และกรมราชทัณฑ์กำลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการราชทัณฑ์ เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาแต่งตั้ง
2) การดำเนินการจัดทำประมวลกฎหมายราชทัณฑ์
3) การจำแนกประเภทหรือชั้นของเรือนจำและการกำหนดชื่อเรือนจำและเขตความรับผิดชอบ
ของเรือนจำ ตามมาตรา 31 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ตามคณะอนุกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนการจำแนกประเภทหรือชั้นของเรือนจำ การกำหนดชื่อเรือนจำและเขตความรับผิดชอบของเรือนจำ
4) การย้ายผู้ต้องขังไปดำเนินคดีในเขตอำนาจศาลอื่น ตามคณะอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขปัญหาการย้ายผู้ต้องขังไปดำเนินคดียังเขตอำนาจศาลอื่น
5) การศึกษากรณี “สิทธิ์ในการเลือกตั้งแก่ผู้ต้องขังประเทศไทย”
6) การย้ายผู้ถูกกักกันจากสถานกักกันนครปฐมไปสถานกักกันกลางกรุงเทพมหานคร
7) กรณีการย้ายผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษกลับไปคุมขังยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
คดีแพ่ง คดีปกครอง และการขอปล่อยตัวชั่วคราว เจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา หรือถูกฟ้องในคดีอาญา
อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ.2569
9) การพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษแทนอนุกรรมการฯ ที่ลาออก จำนวน 2 ท่าน
10) มาตรการในการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานราชทัณฑ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาพฤตินิสัย
11) การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ
11.1) การขนย้ายผู้ต้องขังโดยใช้หน่วยงานภายนอกหรือการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษในการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องการย้ายผู้ต้องขังโดยเฉพาะ
11.2) การพิจารมา (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดสถานที่อื่นและวิธีการปฏิบัติซึ่งต้องจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับการจำคุกนอกเรือนจำ พ.ศ….. (ออกตาม.ป.วิ.อ. มาตรา 89/2 วรรคหนึ่ง (1))
11.3) การพิจารณา (ร่าง) กฎกระทรวงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดสถานที่คุมขังผู้ป่วยที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) พ.ศ..
12) การปรับเปลี่ยนหลักการใหม่ “การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษอื่นซึ่งมิใช่โทษทางอาญา”
