วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร และนายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ และผู้อำนวยการกองส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 กรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี
โดยการประชุมในครั้งนี้ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยให้ความสำคัญกับผู้พ้นโทษที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้มีอาชีพ มีงานทำ สามารถประกอบอาชีพสุจริต เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง อันเป็นการลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม รวมถึงยังได้เน้นย้ำให้ “บ้านก้าวใหม่ ให้โอกาส” หรือ “บ้านกึ่งวิถี” เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมและรองรับผู้พ้นโทษที่ยังไม่มีความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม โดยให้เป็นสถานที่พักชั่วคราวควบคู่กับการส่งเสริม การฝึกอาชีพ การจัดหางาน การให้คำปรึกษา การฟื้นฟูสภาพจิตใจ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถปรับตัว พึ่งพาตนเอง และกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายด้านการยกระดับการบริหารจัดการเรือนจำและทัณฑสถานด้วย การบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ เทคโนโลยีเครือข่าย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง การบริหารจัดการเรือนจำ
การดำเนินงานด้านทัณฑปฏิบัติ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและ
การคืนคนดีสู่สังคม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลด้านราชทัณฑ์อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความปลอดภัย และความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน
การประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ครั้งที่ 3/2569 ในครั้งนี้ นับเป็นการกำหนดทิศทางสำคัญในการขับเคลื่อนงานราชทัณฑ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์ให้มีความทันสมัย ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบราชทัณฑ์ไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
