วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.20 นาฬิกา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” แห่งที่ 33 ณ เรือนจำอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้น้อมนำพระกระแสรับสั่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการให้โอกาสผู้ก้าวพลาดพัฒนาตนเองเพื่อกลับคืนสู่สังคม ด้วยการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ภายในเรือนจำสนับสนุนภารกิจการพัฒนาพฤตินิสัยของกรมราชทัณฑ์ ทรงพระราชทานชื่อ “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” พร้อมความหมายว่า “ถึงพร้อมด้วยปัญญา” และเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา ในการนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และนายเดชา กล้าแข็ง ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอสวรรคโลก ตลอดจนข้าราชการ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ และประชาชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ
เรือนจำอำเภอสวรรคโลก มีพื้นที่ภายใน 3 ไร่ 2 งาน มีอำนาจการควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปัจจุบันมีผู้ต้องขังอยู่ในความควบคุม จำนวน 605 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย 522 ราย ผู้ต้องขังหญิง 73 ราย และผู้ต้องกักขังชาย 10 ราย มีหน่วยงานในสังกัด 2 หน่วยงาน ได้แก่ เรือนจำชั่วคราวหนองเรียง และเรือนจำโครงสร้างเบาสวรรคโลก
“ห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำอำเภอสวรรคโลก เป็นห้องสมุดขนาดเล็ก ภายใต้แนวคิด ห้องสมุดสร้างแรงบันดาลใจ (TINY : T-Technology เทคโนโลยี I – Inspiration แรงบันดาลใจ N – Network เครือข่ายความร่วมมือ Y – Youthful ความกระตือรือร้น) ที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เป็นแหล่ง การเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย ผสมผสานประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการสร้างแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้ามาให้คำปรึกษา สนับสนุนและจัดอบรมการใช้งานโปรแกรมห้องสมุด PMB ให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ในการนำหนังสือเข้าสู่ระบบเพื่อการสืบค้น และการยืมคืน ได้รับการสนับสนุนจากห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก ในการจัดหมวดหมู่หนังสือ และฝึกอบรมผู้ต้องขังหลักสูตรการซ่อมหนังสือด้วยวิธีการเย็บกี่แบบโบราณ และมีการยืมหนังสือมาหมุนเวียนในเรือนจำเพื่อให้มีหนังสือให้บริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ภายในห้องสมุดประกอบด้วย มุมความรู้ต่างๆ อาทิ มุมเฉลิมพระเกียรติ หนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสือพระราชทาน มีสื่อสารสนเทศกว่า 4,000 ชื่อเรื่อง มุมโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ มุมเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโดยจัดแสดงผ่านโมเดลฝีมือผู้ต้องขัง มุมบริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มุมศิลปะ มุมประวัติศาสตร์สุโขทัย และลายสือไทย ซึ่งทางเรือนจำมีการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรลายสือไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้ต้นกำเนิดอักษรไทย สร้างความภาคภูมิใจในคุณค่าทางวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ยังมีมุมส่งเสริมอาชีพ มุมหนึ่งเล่มหนึ่งโอกาส ซึ่งเป็นการต่อยอดการอ่านสู่การประกอบอาชีพของผู้พ้นโทษนำเสนอเรื่องราวของผู้พ้นโทษที่ประสบความสำเร็จสามารถต่อยอดการเรียนรู้ไปสู่อาชีพที่จะเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ต้องโทษ มีห้องสมุดเคลื่อนที่ให้บริการได้อย่างทั่วถึงโดยจัดทำเป็นรูปทรงรถคอกหมูซึ่งเป็นรถโดยสารที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุโขทัย
ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย เรือนจำอำเภอสวรรคโลก ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาและการฝึกวิชาชีพจากหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสวรรคโลก วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง วิทยาลัยชุมชนตาก วิทยาเขตสุโขทัย วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย ที่ได้เข้ามาจัดการศึกษาระดับ ปวส. ด้านการเกษตร ที่เรือนจำชั่วคราวหนองเรียง ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพเชิงเกษตร ทำให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะจากการทำงานจริง และได้รับวุฒิการศึกษา
จากนโยบายกรมราชทัณฑ์ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ด้วยการส่งเสริมให้มีห้องสมุดในทุกเรือนจำให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องขังสร้างโอกาสในการแสวงหาความรู้ที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สู่นโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในการเปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส และขับเคลื่อนโครงการพระราชทาน ตามพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ถ้าสังคมไม่ให้โอกาส ก็จะไม่มีคนดี คืนสู่สังคม” ด้วยการพัฒนาผู้ต้องขังซึ่งถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า สร้างการยอมรับในสังคม และลดโอกาสในการกระทำผิดซ้ำ










