“กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน เรือนจำพ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่งในวันนี้ พร้อมคุมเข้มปล่อยตัวผู้พ้นโทษ ต้องกักตัวและตรวจไม่พบเชื้อก่อนปล่อยทุกราย”
วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 12.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 170 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 159 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 11 ราย) รักษาหายเพิ่ม 268 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,037 ราย (กลุ่มสีเขียว 87% สีเหลือง 12.6% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 314 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 69 ราย และต่างจังหวัด 5,654 ราย
นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ มีเรือนจำที่พ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำอำเภอธัญบุรี และเรือนจำกลางนครสวรรค์ โดยไม่มีเรือนจำระบาดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ส่งผลให้เรือนจำสีแดงลดลงอยู่ที่ 24 แห่ง และเรือนจำสีขาว 118 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 60,428 ราย หรือ 88.5% ของผู้ติดเชื้อสะสม 68,265 ราย เสียชีวิตสะสม 146 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสม
สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางอุดรธานี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว และสูงอายุ แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย
นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการในการปล่อยตัวผู้พ้นโทษในสถานการณ์การ
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ จะแบ่งผู้ต้องขังเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาหาย หรือตรวจพบการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน (IgG เป็นบวก) จะได้รับการปล่อยตัวตามปกติ 2.กลุ่มที่ยังติดเชื้อและรักษาไม่ครบ 14 วัน จะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำ แต่หากไม่ยินยอม จะได้รับการส่งต่อรักษาสถานพยาบาลภายนอก โรงพยาบาลสนามภายนอกเรือนจำ หรือศูนย์พักคอยของเรือนจำ (ระหว่างรอส่งต่อการรักษา หรือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ) จนกว่าจะหาย และ 3.กรณีผู้ที่ไม่ติดเชื้อ จะได้รับการตรวจหาเชื้อทุกราย หากไม่พบเชื้อจะได้รับการกักตัวก่อนปล่อยเป็นเวลา 14 วัน และตรวจหาเชื้อซ้ำอีก 1 ครั้งก่อนปล่อย
กรณีที่ผลตรวจเป็นบวกหรือพบเชื้อในการตรวจแต่ละครั้ง จะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตามที่กำหนด แต่หากไม่พบเชื้อจะได้รับการปล่อยตัว โดยแนะนำให้กักตัว 14 วัน ในสถานกักกันโรค Local Quarantine (LQ) ด้านนอกเรือนจำ หรือสถานกักกันโรคในพื้นที่ของจังหวัด ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลแม่ข่าย สำนักงานป้องกันควบคุมโรค และสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยจะต้องไม่มีผู้พ้นโทษที่ยังติดเชื้ออยู่และได้รับการปล่อยตัวไปรักษาเองที่บ้าน (หน้าหลัก Isolation) โดยเด็ดขาด

